ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติในการขอกู้เงิน โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกัน
1. การยื่นคำขอกู้เงิน
ผู้ประกอบการ(1) ที่ประสงค์จะขอกู้เงินโดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญา(2) เป็นหลักประกัน(3) ให้ยื่นคำขอกู้เงินต่อสถาบันการเงิน(4) พร้อมแผนธุรกิจ และแนบเอกสารประกอบการกู้เงินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สถาบันการเงินกำหนด
สถาบันการเงินที่ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอกู้เงินได้ ได้แก่
1.1 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME BANK)
475 อาคารสิริภิญโญ ชั้น 9 ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2201- 3700 โทรสาร 0-2201-3723-4 หรือสาขาทั่วประเทศ
1.2 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
333 ถนนสีลม กรุงเทพฯ 10500
โทรศัพท์ 0-2230-1261 โทรสาร 0-2231-4646
1.3 ธนาคารออมสิน
470 ถนนพหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2299-8000 โทรสาร 0-2299-8642
(1) “ผู้ประกอบการ” หมายถึง บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ที่ได้จดทะเบียน หรือขึ้นทะเบียน หรือ แจ้งข้อมูลไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา
(2) “ทรัพย์สินทางปัญญา” หมายถึง
1) เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง เครื่องหมายร่วม สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ อนุสิทธิบัตร แบบผังภูมิของวงจรรวมที่ได้จดทะเบียนไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา
2) ลิขสิทธิ์ ความลับทางการค้า ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ที่ได้แจ้งข้อมูลไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา
3) สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ที่ได้ขึ้นทะเบียน หรือแจ้งข้อมูลไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา
(3) “หลักประกัน” หมายถึง สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่นำมาใช้เป็นหลักประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงิน
(4) “สถาบันการเงิน” หมายถึง ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME BANK) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน หรือสถาบันการเงินอื่นที่เข้าร่วมโครงการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุน
2. การตรวจสอบข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา
หลังจากที่ผู้ประกอบการยื่นคำขอกู้เงินแล้ว สถาบันการเงินจะตรวจสอบความถูกต้องของทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้เป็นหลักประกัน ถ้ามีเหตุสงสัยก็จะมีหนังสือสอบถามมายังกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อตรวจสถานะของทรัพย์สินทางปัญญาที่ผู้ประกอบการนำมาใช้เป็นหลักประกันนั้นว่ามีข้อมูลถูกต้องตรงตามข้อมูลที่แจ้งไว้กับสถาบันการเงินที่ขอกู้หรือไม่
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะทำการตรวจสอบสถานะของทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้เป็นหลักประกันและแจ้งผลให้สถาบันการเงินทราบต่อไป
3. การพิจารณาคำขอกู้เงิน และการอนุมัติเงินกู้
หลังจากตรวจสอบสถานะและข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว สถาบันการเงินจะทำการพิจารณาคำขอกู้เงินและแผนธุรกิจ รวมทั้งประเมินมูลค่าของทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้เป็นหลักประกัน และจะอนุมัติเงินกู้ พร้อมนัดลงนามทำสัญญาหลักประกัน ภายในสิบห้าวันทำการนับแต่วันที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และได้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาเสร็จสิ้น
4. การบันทึกข้อมูลและการทำสัญญากู้เงิน
เมื่อสถาบันการเงินและผู้ประกอบการทำสัญญาหลักประกันเรียบร้อยแล้ว สถาบันการเงินจะแจ้งให้ผู้ประกอบการทำการยื่นคำขอบันทึกข้อมูลหลักประกันลงในทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา(5) หนังสือสำคัญ(6) และในฐานข้อมูล(7) ทรัพย์สินทางปัญญาต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ ทปท.01 พร้อมแนบสำเนาคำขอ ทปท.01 จำนวน 1 ฉบับ หนังสือสำคัญ สำเนาสัญญาหลักประกัน จำนวน 1 ฉบับ
เมื่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับคำขอบันทึกหลักประกันการกู้เงินดังกล่าวแล้ว กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะทำการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันลงในทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา หนังสือสำคัญ และฐานข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วจะมอบหลักฐานการรับแจ้งการบันทึกข้อมูล และหนังสือสำคัญที่ได้บันทึกการเป็นหลักประกันแล้วคืนแก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปแสดงต่อสถาบันการเงิน และขอเบิกเงินตามสัญญากู้ โดยสถาบันการเงินจะทำสัญญากู้เงินและเบิกเงินกู้ตามความคืบหน้าของโครงการ
5. การติดตามผลการดำเนินงาน
ภายหลังจากที่ผู้ประกอบการเริ่มดำเนินการประกอบธุรกิจตามโครงการแล้ว สถาบันการเงินจะไปตรวจเยี่ยมโครงการ เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และหากผู้ประกอบการต้องการเงินกู้เพิ่มเติมอีก ก็จะพิจารณาให้เงินกู้เพิ่มเติมตามความเหมาะสม
6. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา
ภายหลังจากที่อนุมัติเงินกู้และผู้ประกอบการได้เบิกเงินกู้แล้ว หากผู้ประกอบการยื่นคำขอ หรือคำร้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนของทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้เป็นหลักประกันโดยผิดเงื่อนไขตามสัญญาหลักประกัน กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะระงับการพิจารณาและมีหนังสือสอบถามไปยังสถาบันการเงินภายในสองวันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำขอหรือคำร้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนจากผู้ประกอบการว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน ดังกล่าว ถ้าสถาบันการเงินมีหนังสืออนุญาตตามคำขอ หรือคำร้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนดังกล่าว กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะทำการพิจารณาคำขอหรือคำร้องนั้นต่อไป แต่ถ้าไม่อนุญาตก็จะให้ทำความตกลงกันระหว่างคู่สัญญา ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็จะเสนอข้อพิพาทเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการกรมทรัพย์สินทางปัญญาตามที่ระบุไว้ในสัญญา เพื่อทำการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทต่อไป โดยอนุญาโตตุลาการจะทำคำชี้ขาดข้อพิพาทภายในเก้าสิบวัน นับแต่ตั้งอนุญาโตตุลาการคนสุดท้าย แต่หากมีเหตุจำเป็นอนุญาโตตุลาการอาจขยายเวลาออกไปอีกได้แต่ไม่เกินเก้าสิบวัน และเมื่อได้ผลชี้ขาดเป็นที่สุดอย่างไร กรมทรัพย์สินทางปัญญาก็จะดำเนินการตามคำชี้ขาดที่เป็นที่สุดนั้น
(5) “ทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา” หมายถึง ทะเบียนเครื่องหมายการค้า ทะเบียนเครื่องหมายบริการ ทะเบียนเครื่องหมายรับรอง ทะเบียนเครื่องหมายร่วม ทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ทะเบียนอนุสิทธิบัตร ทะเบียนแบบผังภูมิของวงจรรวม ทะเบียนข้อมูลความลับทางการค้า ทะเบียนข้อมูลสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ทะเบียนข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
(6) “หนังสือสำคัญ” หมายถึง หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายบริการ หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายรับรอง หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายร่วม หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนแบบผังภูมิของวงจรรวม หนังสือรับรองการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ หนังสือรับรองการแจ้งข้อมูลความลับทางการค้า หนังสือรับรองการแจ้งข้อมูลสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หนังสือรับรองการแจ้งข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
(7) “ฐานข้อมูล” หมายถึง ข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่างๆ ของผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียนหรือได้แจ้งข้อมูลไว้ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งได้ประมวลและจัดทำไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
7. การชำระหนี้เงินกู้
สถาบันการเงินจะกำหนดตารางชำระหนี้ตามความสามารถของผู้ประกอบการ เมื่อชำระหนี้ครบถ้วนตามตารางที่กำหนดแล้ว สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบการจะต้องยื่นคำขอบันทึกข้อมูลการสิ้นสุดการเป็นหลักประกันตามแบบ ทปท.02 ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อทำการบันทึกข้อมูลการสิ้นสุดการเป็นหลักประกัน พร้อมแนบหลักฐานตามที่กำหนด และหลักฐานแสดงการสิ้นสุดการเป็นหลักประกัน เช่น คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ คำบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจากศาล
เมื่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับคำขอบันทึกสิ้นสุดการเป็นหลักประกันการกู้เงินแล้ว กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะบันทึกข้อมูลการสิ้นสุดการเป็นหลักประกันของทรัพย์สินทางปัญญาลงในทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา หนังสือสำคัญ และฐานข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
8. การผิดสัญญา
ในกรณีที่ผู้ประกอบการผิดสัญญา สถาบันการเงินจะออกหนังสือเตือนให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามสัญญาก่อน ถ้าผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตาม สถาบันการเงินจะทำการเจรจากับผู้ประกอบการหรือจะขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย เพื่อหาข้อยุติภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้ประกอบการผิดสัญญา
ในกรณีที่ยังตกลงกันไม่ได้ ถ้าในข้อสัญญากำหนดให้ระงับข้อพิพาทโดยใช้กระบวนการอนุญาโตตุลาการของกรมทรัพย์สินทางปัญญา สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการจะต้องยื่นคำเสนอ ข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อทำการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทต่อไป โดยอนุญาโตตุลาการจะทำคำชี้ขาดให้เสร็จภายในเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่ตั้งอนุญาโตตุลาการคนสุดท้าย แต่หากมีเหตุจำเป็นอนุญาโตตุลาการอาจขยายเวลาออกไปอีกได้ แต่ไม่เกินเก้าสิบวัน
เมื่ออนุญาโตตุลาการชี้ขาดข้อพิพาทแล้ว และผู้ประกอบการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยชี้ขาดดังกล่าว สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบการ หรือผู้รับโอนสิทธิ แล้วแต่กรณี จะยื่นคำขอบันทึกข้อมูลการสิ้นสุดการเป็นหลักประกันการกู้เงินต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาตามแบบพิมพ์ ทปท.02 พร้อมแนบหลักฐานแสดงการสิ้นสุดของการเป็นหลักประกัน เพื่อบันทึกการสิ้นสุดของการเป็นหลักประกัน (ถ้ามี)
เมื่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับคำขอบันทึกข้อมูลการสิ้นสุดการเป็นหลักประกันการกู้เงินแล้ว จะพิจารณาคำขอและบันทึกข้อมูลการสิ้นสุดของการเป็นหลักประกันลงในทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา หนังสือสำคัญ และฐานข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ภายในสองวันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำขอบันทึกข้อมูลดังกล่าว
สถานที่ติดต่อ
· สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
กลุ่มงานบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญา ชั้น 5
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์
เลขที่ 44/100 ถนนนนทบุรี 1 ตำบลบางกระสอ
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทรศัพท์ : 0-2547-6033-4 โทรสาร : 0-2547-4709
หรือที่ www.ipthailand.org สายด่วน 1368
· ติดต่อขอรายละเอียดการกู้เงินและกู้เงินได้ที่
1. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME BANK)
475 อาคารสิริภิญโญ ชั้น 9 ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2201- 3700 โทรสาร 0-2201-3723-4 หรือสาขาทั่วประเทศ
2. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
333 ถนนสีลม กรุงเทพฯ 10500
โทรศัพท์ 0-2230-1261 โทรสาร 0-2231-4646
3. ธนาคารออมสิน
470 ถนนพหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กรุงเทพ 10400
โทรศัพท์ 0-2299-8000 โทรสาร 0-2299-8642
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น